ไทย ปิดล้อมเส้นทางอาชญากรรมลักลอบค้าตัวลิ่นข้ามชาติ

ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามการลักลอบค้าตัวลิ่นมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประเทศไทยซึ่งเดิมเป็นประเทศเส้นทางหลักของการขนตัวลิ่นจากอินโดนีเซีย มายังมาเลเซีย เพื่อขนส่งทางรถเข้าไทย ก่อนข้ามแม่น้ำโขงออกไป กัมพูชา เวียดนาม กับจีน ซึ่งเป็นตลาดบริโภคหลักได้กลายเป็นประเทศที่มีการป้องกันปราบปรามอย่างเข้มแข็ง นายสมเกียรติ สุนทรพิทักษ์กุล ผู้อำนวยการ กองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพืชป่า เปิดเผยว่า การดำเนินการปราบปรามการลักลอบค้าตัวนิ่มในประเทศไทยถือว่าได้ผล เพราะการลักลอบค้าตัวนิ่มในไทยลดลง ปริมาณการจับกุมจึงลดลง นายสมเกียรติกล่าวว่า ลิ่นมีชีวิตส่วนใหญ่ถูกจับ รวบรวม มาจากประเทศอินโดนีเซีย และลักลอบขนผ่านชายแดนใต้ไปภาคอีสาน เพื่อต่อไปลาว เวียดนาม และจีน ส่วนการลักลอบค้าจากแอฟริกาอยู่ในรูปเกล็ดลิ่น ส่งผ่านทางเครื่องบิน ราคาตัวลิ่นมีชีวิตในช่วง 2-3 ปีก่อน การลักลอบเข้ามาที่กรุงเทพฯ ราคากิโลกรัมละ 5,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เคยล่อซื้อในภัตตาคารจีน แต่ตอนนี้ปิดไปแล้ว ส่วนราคาหากผ่านไปลาวได้จะเพิ่มขึ้น การขนส่งเดิมใช้รถใหญ่บรรทุกหรือใช้รถปิกอัพหนึ่งคันบรรทุกได้ 100 กว่าตัว แต่ปัจจุบันการลักลอบขนเป็นกองทัพมด มีการดัดแปลง ขนใส่รถยนต์ส่วนบุคคล ครั้งละ 10-20 ตัว เพื่อไม่ให้ตรวจ แต่รอดจากการจับกุมยากเพราะตัวลิ่นกลิ่นแรง ทางด้านแหล่งข่าวในพื้นที่ภาคใต้ให้ข้อมูลว่า การลักลอบนำตัวลิ่นผ่านด่านศุลกากรมาจากมาเลเซียซึ่งเป็นแหล่งใหญ่ของตัวนิ่ม ส่วนใหญ่จะผ่านด่านศุลกากรในจังหวัดสงขลา ได้แก่ ด่านศุลกากรสะเดา…